Latest Post

ลงทะเบียนเวปไซต์ เพิ่มช่องทางการค้นหา | Directory Submissions

Free Directories Submission
ตัวอย่างเวปไซต์ลงทะเบียน
          สวัสดีครับ ความหมายของคำว่า "ลงทะเบียนเวปไซต์" ในครั้งนี้ไม่ได้จะหมายความถึงการจดทะเบียนเวปไซต์ ขอชื่อโดเมนเนม (Domain Name, ie.http://www.seoforthai.com) อะไรแบบนี้หรอกนะครับ แต่ผมกำลังจะบอกว่า เวปไซต์ที่เพื่อนๆสร้างขึ้นมา ถ้าอยากให้มีคนรู้จักและเผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้รู้ เราก็ควรแสดงตัวตน แบบที่คนทั่วไปเรียกกันว่า Submit Directory หรือแปลเป็นไทยว่า "การลงทะเบียนเวปไซต์ เข้าในหมวดหมู่ที่สามารถหาได้ง่าย ของเวปไซต์นั้นๆ"  หรืออีกความหมายหนึ่งคือ การเพิ่มช่องทางการค้นหาเวปไซต์ ของเรานั่นเอง ตัวอย่างเช่น Yellow Pages หรือสมุดหน้าเหลือง คือหนึ่งในบริการลงทะเบียนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านต่างๆ ในหมวดหมู่ที่เป็นระเบียบ และง่ายต่อการค้นหา

 
Reactions: 

สร้างแบรนด์ให้กับเวปไซต์ | Brand Your Website

Brand Your Website
Brands
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้ SEO For Thai มีเรื่องดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว โดยที่เมื่อเพื่อนๆเข้าใจหลักการเบื้องต้นของ เทคนิค SEO ต่างๆแล้ว วันนี้เรามาพูดเกี่ยวกับการยืนหยัดอยู่ในตลาดของเวปไซต์อย่างมั่นคง และยืนยาวกัน เหตุผลอย่างแรกสำหรับการสร้างแบรนด์เวปไซต์เลยก็คือ “ความต้องการ” โดยที่สามารถตอบทุกความต้องการของเพื่อนๆได้ ไม่ว่าจะต้องการให้มีจำนวนคนเข้ามาดูเวปไซต์เป็นจำนวนมากต่อวัน, ต้องการอยากให้มีคนมากดไลท์ (Like) กันเยอะๆ ซึ่งก็หมายความอย่างเดียวกันกับอย่างแรกนั่นเอง คือต้องการให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชม แต่แบบที่สองคือต้องการให้มีคนกดไลท์ หรืออาจจะต้องการให้มีคนกรอกแบบฟอร์มเพื่อรับข่าวสาร ไปจนถึงต้องการให้มีผู้ที่สนใจและสั่งซื้อผลิตภํณฑ์หรือบริการต่างในเวปไซต์ของเราในที่สุดดังนั้นแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “แบรนด์” ที่จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้สนใจนำไปใช้เรียกกันต่อไป
 
Reactions: 

สร้างโฆษณากับ Facebook | Advertising on Facebook

     วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้น แบบง่ายๆ ให้เพื่อนๆได้รู้กัน เกี่ยวกับ การสร้างโฆษณาในเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook โดยอย่างแรกที่ทุกคนจะต้องทราบก็คือ การโฆษณากับ Facebook ไม่ฟรี แต่ค่าใช้จ่ายน้อย เหมาะสมกับเจ้าของเวปไซต์มือใหม่เป็นอย่างมาก


Advertising with Facebook
Advertising with Facebook
เพื่อนๆทราบกันไหมครับว่า ทุกวันนี้มีผู้ใช้งาน Facebook ถึงวันละเกือบ 10 ล้านคนต่อวัน (เฉพาะในประเทศไทย) ซึ่งในแต่ละวัน มีคนใช้งานไม่ต่ำกว่าร้อยล้านคนทั่วโลก และซึ่งทุกวันนี้โครงข่ายของอินเตอร์เนตได้สานใยไปทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลก จึงเกิดความสัมพันธ์ในกลุ่มคนรู้จัก และคนทั่วไป ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลดีต่อการบอกกล่าวกับคนทั่วไปว่าเรามีอะไร และกำลังทำอะไรในโลกใบนี้ ซึ่งรวมถึงการโฆษณาต่างๆ

สังเกตุได้จากเมื่อเพื่อนๆเข้าใช้งาน Facebook เพื่อนๆจะเห็นด้านข้างขวามือ มีข้อความและรูปภาพต่างๆเกิดขึ้นอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้นเรียกว่า แบนเนอร์โฆษณาสินค้า (Banner Ads) และบางครั้งก็ได้สร้างความสนใจให้กับกลุ่มลูกค้าที่กำลังต้องการในขณะนั้น หลักของการโฆษณาคือการแนะนำสินค้าหรือโปรโมชั่นให้แพร่หลายไปในหลายๆพื้นที่ โดยใช้เทคนิค SEO ในการจัดการ ซึ่งบางครั้งผู้โฆษณาก็อาจจะระบุ เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ตรงจุดประสงค์ในการโฆษณาให้ได้มากที่สุด


Advertising on Facebook
Advertising on Facebook

ลูกศรสีแดงบอกถึงตำแหน่งที่โฆษณาของเพื่อนๆจะไปปรากฏเมื่อหลังจากที่เราได้สมัครใช้บริการเสร็จแล้ว โดยอัตราค่าบริการในการโฆษณาขึ้นอยู่กับเพื่อนๆตกลง หวังว่าเพื่อนๆจะประสบความสำเร็จกับการโฆษณากับบริษัทชั้นนำแห่งนี้กันทุกคนนะครับ
คุณสามารถเขียนคำติชม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านล่างครับ
 
Reactions: 

สร้างความเป็นตัวตน + เรียกคะแนนจากกลุ่มลูกค้าบนเฟสบุ๊ค | Identified Yourself on Facebook & Growing your Business

สร้างความเป็นตัวตนบนโลกสังคมเครือข่ายด้วยเฟสบุ๊ค

นอกเหนือจากสิ่งที่คุณได้ทำเป็นประจำ สำหรับการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมในเวปไซต์ของคุณแล้ว สิ่งหนึ่งที่มืออาชีพ SEO และนักการตลาดเวปไซต์ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยก็คือการแสดงความเป็นตัวตนให้ชาวโลกได้รู้จักด้วยวิธีการง่ายๆด้วยสังคมออนไลน์ (Social Media) 

Social Media

สังคมออนไลน์ (Social Media) หรือสังคมเครือข่าย (Social Network) เป็นระบบหนึ่งที่มีบทบาทอยู่ในลำดับต้นๆของโลกอินเตอร์เนต ซึ่งถ้าเอ่ยชื่อถึง Facebook, Twitter, Google Plus ผมมั่นใจว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แต่จะมากหรือจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชอบของแต่ละคนด้วย

มาเข้าเรื่องกันเลยนะครับ วันนี้วันที่ (28 มิถุนายน 2555) จากผลสำรวจมีผู้เป็นเจ้าของและใช้งาน   

Facebook ถึง 8 ล้านกว่าคน เทียบกับเมื่อ 4ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากเป็นร้อยละ 90 คิดเป็นอันดับหนึ่งจากสถิติทั่วโลก บวกกับผลการวัดค่าความนิยมของเวปไซต์ อยู่ในระดับ PR9 จึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงความนิยมของผู้ใช้งานที่ได้รับความเชื่อถือและใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ 

Facebook
ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมกำลังจะบอกว่า Facebook คือหนึ่งในเวปไซต์ที่สามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มผู้มุ่งหวังของเราได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงการบริหารหน้าเพจของ Facebook และอื่นๆ ก็มีความสอดคล้องให้เจ้าของ Facebook หรือเจ้าของร้านค้าที่เปิดเฟสบุ๊คเพื่อธุรกิจ ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้ 

สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากการเข้าใช้ Facebook คือ ผู้ใช้มีความเพลิดเพลินกับการพูดคุย นัดหมาย โพสต์รูปภาพ และอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความสนใจซึ่งกันและกัน ถ้าวัตถุประสงค์ในการใช้งานเฟสบุ๊คเป็นไปเพื่อการสร้างธุรกิจ หรือการโปรโมทแบรนด์สินค้า สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยสำหรับวัตถุประสงค์ข้างต้นก็คือ การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใน Facebook ให้ดูมีความเป็นกันเอง ดูไม่เหมือนการจงใจ หรือชักชวนเพื่อการขายสินค้า หรือโปรโมทสินค้า ในท้ายที่สุด อีกทั้งการละเลยจากการเมินเฉย ไม่ใส่ใจอัปเดทข้อมูลเป็นเวลานาน ทำให้กลุ่มผู้มุ่งหวังละจากความตื่นเต้นและไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่นที่คล้ายๆกันแทน

สำหรับโพสต์นี้ SEO For Thai หวังว่าเพื่อนๆจะมีแนวทางในการแสดงความเป็นตัวตน บวกความมั่นใจ และเพิ่มยอดขายได้อย่างที่ตั้งใจไว้กันทุกคนเลยนะครับ

คุณสามารถเขียนคำติชม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านล่างครับ
 
Reactions: 

ทำไมต้องบล็อกเกอร์ | Why Blog?

ทำไมต้องเป็นบล็อกเกอร์?


Blogger-Logo-For-SEO
บล็อกเกอร์ (Blogger) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า “การสร้างบล็อก” หรือ “เขียนบล็อก” ก็ตาม ผมเคยอ่านบทความบางที่ได้กล่าวไว้ว่า เวปนี้เวปเดียวที่สามารถตอบความต้องการทุกอย่างของ เจ้าของเวปไซต์มือใหม่ได้อย่างลงตัวทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ให้ใช้พื้นที่เก็บข้อมูล (Hosting) กันอย่างฟรีๆ หรือระบบการจัดการเวปไซต์ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เทียบได้กับผู้ให้บริการอื่นๆ ได้โดยไม่มีที่ติ และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบดีๆ ช่วยเสริมในการปรับปรุงเวปไซต์ในระบบ SEO ก็ไม่ต้องห่วง บล็อกเกอร์ (Blogger) มีตัวช่วยให้คุณถึงจุดหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน
ดังนั้นเมื่อทราบรายละเอียดข้อดีของบล็อกเกอร์แล้ว เรามาดูหน้าตาของบล็อกเกอร์กันเลยดีกว่า

Blogger-Login

รูปที่ 1 รูปหน้าตาบล็อกเกอร์ก่อนเข้าระบบ


Blogger-Page-Elements


รูปที่ 2 ส่วนโครงสร้างของหน้าเวปเพจ(layout)

ด้านบนนั้นเป็นส่วนภายในการจัดการเวปไซต์หลังจากที่มีการล๊อคอินเข้าใช้งาน อย่างแรกที่สังเกตได้คือ หน้าตาและส่วนโครงสร้างทั้งหมด ดูน่าใช้ เหมาะกับผู้ใช้มือใหม่ ลงตัวด้วยระบบ ลาก-วาง (Drag & Drop) อีกทั้งส่วนต่างๆ หรือเรียกกันว่า (Page Element) ยังแยกออกจากกันอย่างอิสระ สามารถศึกษาในแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดาย ดังรูปด้านล่างนี้


Blogger-Gadget
รูปที่ 3 เลือก Gadget เพื่อใช้งาน

คุณรู้ไหมว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกของบล็อกเกอร์? ถูกต้องครับ ยังมีคนอีกมากมายทั่วโลก ที่ให้ความสนใจในเวป บล็อก และเห็นประโยชน์ในการทำเวปไซต์จากบล็อกเกอร์ การพัฒนาการของบล็อกเกอร์ จากยุคแรกๆ จนถึงในยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้ผู้พัฒนารุ่นหลังๆ มีความสะดวกสบายในการพัฒนาเวปไซต์ของตนเองได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากมีเวปไซต์ให้ความช่วยเหลือ มีฟอรั่มคอยตอบโต้กับเพื่อนๆที่พบเจอปัญหาเดียวกัน อีกทั้งยังมีเทมเพลต (templates) ที่หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้กันอย่างจุใจ ตัวอย่างเทมเพลตของบล็อกเกอร์ในตลาดที่แจกให้ใช้กันฟรีๆ มีดังนี้ครับ


Free-Blogger-Templates

รูปที่ 4 ตัวอย่างเทมเพลตที่เป็นที่นิยม
รายชื่อเวปไซต์ที่ให้บริการฟรีเทมเพลต (Free Templates) 


     เพื่อนทราบไหมครับว่านอกเหนือจากเทคนิค SEO แล้ว ยังมีเทคนิคต่างๆให้ได้เรียนรู้กันอีกมาก และนอกเหนือจากเวปไซต์แจกเทมเพลตฟรีอย่างข้างต้นแล้ว ผู้ที่ไปนำไปใช้และพัฒนาต่อก็ยังมีอีกมากเช่นกัน ดังตัวอย่างที่อยากจะนำเสนอต่อไปนี้ ซึ่งถ้าไม่บอกก็อาจจะไม่สังเกตุว่ามาจากแพลตฟอร์ม (Platform) เดียวกันกับ Blogger 


10 อันดับติด Top ของ Blogger ที่ดีและมีคุณภาพที่สุด
1. The Huffington Post
2. BuzzFeed - Latest
3. Mashable!
4. The Verge
5. Engadget
6. Business Insider
7. TMZ.com | Celebrity Gossip
8. The Daily Beast - Blogs and ...
9. Gizmodo
10. TechCrunch


คุณสามารถเขียนคำติชม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านล่างครับ
 
Reactions: 

ความหนาแน่นของคีย์เวิร์ด | Keyword Density

ความหนาแน่นของจำนวนคีย์เวิร์ด Keyword Density

Keyword Density
Keyword Density
บางคนอาจคิดว่าการเพิ่มความหนาแน่นของคีย์เวิร์ด ในจำนวนที่มากนั้นเป็นช่องทางที่จะทำให้การทำการตลาดเวปไซต์ติดอันดับการค้นหาได้ดีขึ้น จริงๆแล้วในระบบ Algorithm ของแต่ละ Search Engines นั้น ไม่ได้คิดเช่นนั้น การที่เรามีคีย์เวิร์ดในจำนวนที่มากเกินความจำเป็น ดูแล้วรกหูรกตา และดูจงใจเกินไปนั้น ทางเวปไซต์ให้บริการค้นหาต่างๆจะทำการจัดให้อยู่ในเวปไซต์ที่พ่นคำค้นหาผิดปกติ ซึ่งก็คือเวปสแปม Spam นั่นเอง หรือบางทีเวปไซต์บางแห่งก็มีแต่กลุ่มคำที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ได้กำหนดไว้เลยก็มี ซึ่งอาจส่งผลให้บ๊อทที่ตามเก็บข้อมูลเกิดความสับสนได้ในอนาคต ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลเสียให้กับเวปไซต์ของคุณทั้งสิ้น

*อาจเป็นการดีที่จะทำให้ทราบถึงจำนวนคีย์เวิร์ดในเวปไซต์ โดยที่คุณสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวเองกับโปรแกรมฟรีมากมาย โดยคุณอาจ search เวปที่เกี่ยวกับการ check keyword density หรือ keyword density checker หรือคุณอาจะใช้โปรแกรม Microsoft Word ตรวจค้นว่าคำๆนึงที่คุณตั้งใจตั้งเป็นคีย์เวิร์ดของหน้านั้นๆ มีการใช้ไปจำนวนเท่าไหร่แล้ว โดยที่ให้คุณพิมพ์เนื้อหาหน้านั้นลงไป และกด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำนั้นดูอีกที ต่อไปนี้คือตำแหน่งที่ SEO For Thai แนะนำให้คุณเติมในหน้าเวปไซต์


Search Engines
Search Engines
ชื่อเวปไซต์ (URL) ที่ควรมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่ด้วย ยิ่งถ้าเวปไซต์ของคุณมีคู่แข่งมากเท่าไหร่ การที่เราสร้างคีย์เวิร์ดให้เป็นชื่อของเวปไซต์แล้วด้วยนั้น จะเป็นตัวช่วยให้เวปไซต์ของเราได้รับการแสดงผลใน Search Engines ที่ในตำแหน่งดีกว่า และในหน้าย่อยของเวปไซต์ คุณควรมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวพันธ์กับเนื้อหาในหน้านั้นๆ และไม่ควรใส่เครื่องหมายละ(-) กับชื่อ URL นั้นๆมากเกินไป ตัวอย่างเช่น seoforthai.com/ความ-สัมพันธ์-ของ-คีย์-เวิร์ด จะเห็นได้ว่ามีจำนวนเครื่องหมาย (-) มากเกินไป ซึ่งไม่ส่งผลดีให้กับการเก็บข้อมูลของบ๊อทนั้นๆเลย
  • หัวข้อ (Title) ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับบ๊อทในการเก็บข้อมูลเวปไซต์ indexing เวปไซต์ของได้เร็วขึ้น
  • ประมาณ 2-1000 คำแรกของเนื้อหาในหน้านั้นๆ ควรมีคีย์เวิร์ดกระจายอยู่ประมาณ 2-3 คำเท่านั้น
  • ในจำนวนคีย์เวิร์ดในเนื้อหาของหน้าเวปไซต์หนึ่งควรทำให้เป็นจุดเด่น โดยการเพิ่มความหนาของคีย์เวิร์ดนั้น หรือทำตัวเอียง หรืออาจขีดเส้นใต้คำก็ได้ และเพื่อให้แน่ใจในโค๊ด HTML ควรตรวจสอบดูอีกครั้งเช่น ถ้าเรากำหนดให้ทำตัวหน้าที่คำๆนั้น โค๊ดจะต้องแสดงว่า <strong> หรือ <b> นั่งเอง
  • บ๊อทที่ทำการเก็บข้อมูลในหน้าเวปไซต์ ไม่ใช่มนุษย์ ใช่แล้วครับ แบะบ๊อทก็ไม่ใช้มนุษย์ในการเก็บข้อมูล แต่บ๊อทคือโค๊ด Algorithm สร้างมาเพื่อตรวจสอบเวปไซต์และเก็บข้อมูลของหน้าเวปไซต์ของท่าน ดังนั้น รูปภาพที่อยู่บนหน้าเวปไซต์ของคุณควรที่จะบอกให้บ๊อททราบว่ามันคือรูปอะไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับเวปไซต์ของคุณ โดยที่คุณสามารถบอกให้บ๊อททราบโดยการเขียน caption ให้ทราบว่านี่คือรูปอะไร ทางที่ดีควรใส่คีย์เวิร์ดหลักของท่าน เพื่อเน้นความสัมพันธ์กับเนื้อหาในหน้าเวปไซต์เป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลแล้ว ยังเป็นผลพลอยได้ในการค้นหารูปภาพอีกด้วย ซึ่งการค้นหารูปภาพนี้จะเชื่อมโยงลิงค์มาที่เวปไซต์เราโดยอัตโนมัติด้วย
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดในส่วนของ Meta Tag ด้วย(ถ้าคุณสงสัยเกี่ยวกับ Meta Tag คืออะไร คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ Meta Tag ครับ) โดยทั้งนี้ SEO For Thai ขอแนะนำให้คุณใส่คีย์เวิร์ดใน Meta Tag และ Meta Description ให้อยู่ในระหว่างคำที่ 2-500 คำแรก
  • ไม่ควรใส่ลิงค์ Anchor Text ให้กลับมาที่หน้าเวปไซต์นั่นๆเองอีก ซึ่งจะทำให้เกิดการสับสนของความเกี่ยวข้องในข้อมูลขึ้นได้ เช่นสมมุติคุณใส่ลิงค์ให้คำๆหนึ่งในหน้าเวปไซต์นั้นเป็น SEO แทนที่คุณจะให้ลิงค์นั้นพาผู้สนใจในข้อมูลเกี่ยวกับ SEO ไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในหน้าอื่นๆ คุณกลับลิงค์ให้ผู้สนใจเข้ามาอ่านข้อมูลของหน้าเวปไซต์ปัจจุบันอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างความสับสนในข้อมูลให้กับผู้ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ SEO เป็นอย่างมาก
  • การสร้างลิงค์ดาวโหลดเอกสารที่ตั้งชื่อลิงค์นั้นๆเป็นคีย์เวิร์ดหลักของเวปไซต์ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเพิ่มสถิติการเยี่ยมชมของกลุ่มผู้สนใจอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งยิ่งมีผู้สนใจค้นหาคีย์เวิร์ดของคุณมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่ม traffic ให้กับเวปไซต์คุณมากขึ้นเท่านั้น
Search Engine Optimization
SEO
  • ถ้าคุณสังเกตข้อความที่ขึ้นด้านบนสุดเหนือกลุ่มเมนูของเบราเซอร์แล้วนั้น คุณจะพบว่าข้อความพวกนั้นจะใช้ในการอธิบายกลุ่มผู้สนใจเกี่ยวกับเวปไซต์ของท่าน และยังจะใช้ในการขึ้นเป็นหัวข้อในระบบอัปเดตอัตโนมัติของ RSS Feed Burner อีกด้วย ดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญใส่คีย์เวิร์ดหลักของคุณในนั้นด้วย โดยที่ SEO For Thai ขอแนะนำว่าให้ใส่คำอธิบาย Page Titles ให้มีจำนวนคำเพียง 64 ตัวอักษรเท่านั้น ซึ่งโดยที่ถ้าคุณสร้างคำอธิบายมากเกินกว่านี้ จะทำให้ระบบ search engines ตัดคำที่เกินไปทันที ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลไม่ครบในการนำเสนอกลุ่มผู้สนใจของคุณ อีกหนึ่งอย่างคือ ควรที่จะให้คำอธิบายเป็นไปในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายๆ โดยที่ไม่สร้างความสงสัยให้กับกลุ่มผู้สนใจ ต้องมานั่งเดาว่าเวปไซต์ที่พวกเขาจะเข้าไปนั้นเป็นที่ต้องการจริงหรือไม่
  • คำอธิบายในหน้าเวปเพจย่อย ไม่ควรที่จะซ้ำกันในทุกๆหน้าเวจย่อย ซึ่งจะเป็นการง่ายกับผู้สนใจในการเก็บหน้าเวปเพจของคุณในบุ๊คมาร์ค Bookmark โดยที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนในการเปลี่ยนชื่ออีกในภายหลัง
คุณสามารถเขียนคำติชม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านล่างครับ

 
Reactions: 

เลือกคีย์เวิร์ดให้เหมาะกับเวปไซต์ | Choosing the Right Keywords

การเลือกคีย์เวิร์ดให้เหมาะกับเวปไซต์ Choosing the Right Keywords

Keywords
Keywords
การคิดหาคีย์เวิร์ดหนึ่งๆ ผู้เป็นเจ้าของเวปไซต์จำเป็นต้องคำนึงถึงว่าเวปไซต์ได้ให้บริการอะไร หรือมีสินค้าหลักอะไรในการขาย ซึ่งเมื่อได้คีย์เวิร์ดหลักที่เกี่ยวข้องกับหน้าเวปไซต์แล้ว ต่อจากนั้นก็อาจจะใช้เครื่องมือต่างๆในการคิดค้นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไปได้ เครื่องมือต่างๆ

หรือคุณอาจจะค้นหาเครื่องมือที่นอกเหนือจากที่แนะนำ เพิ่มเติมได้เอง และนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับคีย์เวิร์ดที่ได้กำหนดเอาไว้ว่ามีความเกี่ยวพันธ์กันมากน้อยเพียงใด 
 
Reactions: 

เทคนิค SEO ค้นหาคีย์เวิร์ด | Keywords Research

เทคนิค SEO ค้นหาคีย์เวิร์ด Keywords Research


สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของเวปไซต์มือใหม่คือ การที่ทำอย่างไรก็ได้ ให้เวปไซต์ของตัวเองเป็นที่รู้จักของผู้สนใจ หรือเรียกว่า การตลาดเวปไซต์ โดยสิ่งที่สำคัญที่ควรจะต้องพิจารณาเป็นอย่างแรกเลย ก็คือ คีย์เวิร์ด Keywords ก่อนสร้างเวปไซต์ขึ้นมาซักเวปไซต์นึง คุณจะต้องคำนึงถึงว่า เวปไซต์นั้นมุ่งเน้นกลุ่มผู้สนใจแบบใด จากนั้นก็สมมุตตัวเองว่า ถ้าตัวเองเป็นผู้สนใจในเวปๆนึงเราจะใช้คำอะไรในการค้นหา ซึ่งต้องไม่ยาวเกินไป และไม่สั้นเกินไปที่จะสรุปในความต้องการนั้นได้ อย่างแรกก็คิดเลยว่าการที่จะค้นหาเวปไซต์นั้น ส่วนใหญ่เขาต้องค้นหาด้วยคำว่าอะไร ทั้งหมดรวมเรียกว่า เทคนิค SEO
ปกติคนทั่วไปค้นหาเวปไซต์ในเวปที่ให้บริการค้นหาข้อมูลเป็นร้อยละ 92 และอีกร้อยละ 8 คือผู้ที่เข้าถึงเวปไซต์ผ่านผู้แนะนำ ลิงค์ต่างๆจากเวปบอร์ด และสุดท้ายคือมาจากการโฆษณา และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเวปไซต์ให้บริการสืบค้นหาข้อมูลจึงเป็นที่นิยม 

 
Reactions: 

SEO For Thai | เริ่มต้นการทำSEOแบบง่ายๆ

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. SEO For Thai | เริ่มต้นทำSEOแบบง่ายๆ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger